เสริมสร้างพัฒนาการด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากลูกน้อยต้องปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับโลกภายนอก อีกทั้งยังต้องการการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอประมาณ 17 – 18 ชั่วโมงต่อวัน รวมไปถึงอาหารอย่างการให้นม ซึ่งถือเป็นวัยที่ควรได้รับในปริมาณที่เพียงพอ แม้เด็กในวัยนี้จะกินนมได้น้อยแต่ต้องได้รับนมค่อนข้างถี่ประมาณ 8 – 12 ครั้งต่อวัน หรือทุก 2 – 3 ชั่วโมง

สำหรับคุณแม่บางท่านที่ต้องไปทำงานไม่มีเวลาปั๊มนม หรือมีปริมาณน้ำนมน้อยก็อาจทดแทนด้วยนมผง แต่มาดูกันสิว่า ระหว่าง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กับทานนมผงจะได้รับสารอาหารและมีพัฒนาการแตกต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนมผง

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

น้ำนมแม่: จะประกอบด้วยสารอาหารอย่างครบถ้วนและดูดซึมไปใช้ได้ทั้งหมด สะอาดปราศจากเชื้อโรค สร้างภูมิคุ้มกันเอาไปใช้ได้ทันที มีเอนไซม์ในการช่วยย่อยอาหารและฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต รวมไปถึงลดปัญหาการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดและช่วยให้ฮอร์โมนของคุณแม่กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานจะต้องรีบตื่นมาปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกน้อยได้ดื่มในทุกวัน


การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

นมผง: สารปรุงแต่งละลายในน้ำอุ่นได้ง่าย นำไปใช้ได้โดยทันที แถมยังมีสารอาหารที่ใกล้เคียงกับน้ำนมแม่แต่ย่อยยากกว่า รวมไปถึงอาจมีการปนเปื้อนจากภาชนะที่บรรจุและมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดอาการท้องร่วง รวมถึงโรคอื่น ๆ อาทิเช่น โปรตีน หรือสิ่งแปลกปลอมในนมผง อีกทั้งใช้น้ำตาลทรายเป็นสารให้ความหวาน เมื่อเด็กโตขึ้นอาจก่อให้เกิดภาวะโรคอ้วน หรือเบาหวานได้ นอกจากนี้การให้ลูกน้อยดื่มนมผงเป็นประจำนอกจากจะสร้างภูมิคุ้มกันได้น้อยลง ยังลดการใกล้ชิดระหว่างแม่และลูกอีกด้วย

สรุป

จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เนื่องจากมีสารอาหารครบถ้วน โดยไม่ผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่งใด ๆ ทำให้ปราศจากสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กและสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ให้เด็กมีพัฒนาการและเจริญเติบโตอย่างสมวัย พร้อมลดการเกิดโรคอย่างภูมิแพ้ หอบหืด หัวใจและเบาหวาน ที่สำคัญยังช่วยลูกน้อยของคุณมีสุขภาพกายแข็งแรงและจิตใจดีเพราะได้ใกล้ชิดกับคุณแม่เป็นประจำ